sana ตอน วัฒนธรรมของการยิ้ม
posted on 11 Jun 2008 21:25 by sana217 in OfficeLady
นี่เป็นเนื้อเรื่องของเพื่อน A ไม่ได้เกิดกับฉันเอง... (ชี้แจงแถลงไข)
อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นอาชีพบริการก็ดี สาวออฟฟิศก็ดี
สิ่งสำคัญในการประกอบอาชีพก็คือ "ยิ้ม"
การยิ้มให้กับลูกค้า
ภาพลักษณ์ของมืออาชีพจะช่วยทำให้ลูกค้าอยากคบหากับคุณ
ใบสั่งซื้อก็จะไหลมาเทมา (ตกสู่ภาวะนรกของใบสั่งซื้อ...)
กับเจ้านาย ผู้บริหาร ก็ต้องรู้จักยิ้มเช่นกัน
ไม่ใช่วัฒนธรรมประจบสอพลอ แต่เป็นมารยาทอย่างหนึ่ง
เหมือนกับเวลาคุณเจอผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ควรปากหวานไว้ก่อน
(สุภาษิตจีนบอกว่า ไม่มีใครยื่นมือตีคนยิ้มไง...)
หากเจ้านายถูกชะตาคุณ แผนงานก็จะดำเนินได้โดยสะดวก
เผลอๆ เจ้านายถึงกับลงมือช่วยเข็นให้คุณอีกแรงด้วยซ้ำ
(แน่นอนว่าเจ้านายชนิดตามหาเรื่องก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่ขอไม่กล่าวถึงในกรณีนี้นะ)
กับเพื่อนร่วมงาน ก็ยิ่งต้องรู้จักยิ้มให้
ทำงานอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน บรรยากาศที่สมานฉันยินดี
เป็นวิธีการผลักดันให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
ถ้าหากในออฟฟิศมีแต่บรรยากาศอึมครึม เชื่อว่าคุณเองก็ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน
ที่สำคัญ ยิ้มบ่อยๆ จึงจะผูกมิตรไมตรีกับคนอื่นได้จริงไหม
ระหว่างเพื่อนร่วมงานก็ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันด้วย
ยามปกติคุณไม่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเลย
เวลาถึงคราวคับขัน ก็อย่าคาดหวังว่าเพื่อนร่วมงานจะใส่ใจช่วยเหลือ
ยิ้มให้กับเพื่อนร่วมงานใหม่ด้วย คงไม่ทำให้อีกฝ่ายช้อกหนีไปก่อนหรอกเนอะ
ทั้งหมดนี้คือวัฒนธรรมของการยิ้มในสนามอาชีพ
แต่ก็ไม่ควรยิ้มอย่างผิดกาลเทศะนะ มิเช่นนั้นจะซวยมิรู้ลืม
ขอบอก
นอกจากนี้ ยังต้องระวังอีกอย่างก็คือสุขภาพของปากและฟัน
แปรงฟันบ้วนปากบ่อยๆ เคี้ยวหมากฝรั่งที่ช่วยถนอมฟัน
อย่าปล่อยให้ลูกค้าเห็นฟันผุของตัวเอง
มิเช่นนั้นจะหาความเป็นมืออาชีพไม่ได้เลยเชียวหล่ะ
รอยยิ้มที่สดใสแข็งแรง จะช่วยบวกคะแนนให้คุณในอาชีพการงานได้เป็นอย่างดีเชียวหละ
(จากผู้แปล
ตอนนี้ซานะบ่นเสียยาวเหยียด ขอแปลมาให้เต็มสตรีม แต่ไม่เอาต้นฉบับภาษาจีนมาลง
เนื่องจากยาวเกิน
ท่านใดอยากศึกษาแบบบิลลิงกัว (เรียกงี้ป่าวหว่า) ก็เชิญกดลิงค์ไปอ่านที่บล้อกซานะเน่อ)
,,ปัจฉิมลิขิต
,,หนึ่ง,,
ค้างคาจากปัจฉิมลิขิตของเอนทรี่ที่เเล้ว
ฟันแปดซี่ของก้อย ยังอยู่ครบนะ
มันเเค่ผุระยะเริ่มเเรก ยังไม่รุนเเรงขนาดต้องถอนทิ้งนะคะ
มันยังพออุดได้~~~
งื้ม...เเล้วก้อยก้อต้องฝากถึงเพื่อนๆทุกคนด้วยว่า
บางครั้งการที่เราฟันผุเนี่ย
มันก้อไม่ได้มีอาการอะไรบ่งบอกให้เรารู้นะคะ ว่ามันกำลังผุ
ต้องไปหาหมอฟัน ถึงจะรู้ว่าเราฟันผุรึเปล่า
อย่างในกรณีของก้อยก็เหมือนกันค่ะ
ก้อยก็ไม่รู้ว่าตัวเองฟันผุ เพราะมันไม่ปวด ไม่เสียวฟันเลย
จนกระทั่งไปนอนอ้าปากให้คุณหมอดูนั่นแหละค่ะ
คิคิ
,,สอง,,
ก้อยต้องขอโทษทุกๆคนที่ติดตามซานะอยู่ด้วย
ที่ช่วงนี้อัพอืดมากมายเลย...
ว่ากว่าก้อยจะกลับถึงบ้านมันก็ดึกแล้ว
รุ่นพี่ที่ม.กลั่นแกล้งง่ะค่ะ >.<"
ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงหฤโหดของชีวิตก้อยจริงๆ
กว่าจะลากสังขารตัวเองกลับมาบ้านได้...
เมื่อวานก็กลับบ้านด้วยสภาพ,,ลูกหมูตกน้ำ,,
พายุโหมกระหน่ำรุนเเรง แท็กซี่ก็ไม่มี
ก็เลยเปียกปอน...ไม่ฉะบาย ย ยไปตามระเบียบ
แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็นหลักที่ก้อยไม่มาอัพ
อันที่จริงเเล้วมันยังมีประเด็นแอบแฝง...
ส่วนประเด็นนั้นมันคืออะไร
ก้อยขออุบเอาไว้ก่อนละกันนะคะ
พร้อมเมื่อไหร่ก้อยจะบอก
ฮี่ฮี่...

(วานวาน Thai)
ยิ้มกว้าง ๆ ... เข้าไว้

ขอหน่อยเถอะ
(อ่าน ปล. แล้วรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกพาดพิง)
#1 By Beermyself on 2008-06-11 21:32