ต๊อง มัน ฮา สไตล์ ซานะ จากโพสต์ทูเดย์
posted on 25 Jun 2009 20:25 by sana217 in others
|
รายงานโดย :กุลณรี:
|
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552
|
เธอคนนี้โด่งดังมาจากการเขียนการ์ตูนบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวันของตัวเองลงในเว็บบล็อก http://www.wretch.cc/blog/sana217 เป็นประจำทุกวันๆ ด้วยตัวการ์ตูนที่มีเอกลักษณ์ เนื้อหาที่โดนใจวัยรุ่น บวกกับมุขตลกอารมณ์ดีที่เกิดขึ้นได้กับทุกๆ คน ทำให้บล็อกของซานะได้รับความนิยมอย่างมากในไต้หวัน
ปัจจุบันมียอดผู้เข้าชมมากกว่าวันละ 3 หมื่นครั้ง และตั้งแต่ปลายปี 2548 จนถึงเดี๋ยวนี้ มียอดผู้เข้าชมสะสมสูงถึง 16 ล้านครั้งแล้ว
จึงไม่แปลกหากกระแสของนักประพันธ์บล็อกสาวคนนี้จะลามมาถึงนักท่องโลกไซเบอร์บ้านเรา ซึ่งมีบล็อกไทย http://sana217.exteen.com เป็นอีกช่องทางให้สามารถเข้าไปติดตามผลงานของเธอได้
ฮอตฮิตขนาดนี้ ทำให้เรื่องราวของซานะได้รับการนำมาจัดพิมพ์ในรูปเล่มหนังสือสี่สีเป็นหนังสือเยาวชนขายดีอันดับต้นๆ ของไต้หวัน และสำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ก็ได้รับลิขสิทธิ์นำมาจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยจำนวน 2 เล่ม ด้วยกัน คือ “ซานะฉายเดี่ยวing” และ “ซานะอินเลิฟ ing” โดยมี อนุรักษ์ กิจไพบูลทวี เป็นผู้แปล
“สวัสดีค่ะ ฉันคือ ซานะ ชอบวาดรูป ขี้เซา และใจลอย เรียนจบสาขาภาษาญี่ปุ่น แต่ใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ห่วยมาก... แต่เนื่องจากฉันชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ถึงกับนั่งฟังอาจารย์สอนไปวาดรูปใส่ตำราเรียนไป หลังจากได้สัมผัสกับเครื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต จึงเริ่มนำผลงานของตนเองโพสต์ไว้ในอินเทอร์เน็ตบ้าง ตอนนี้ก็จึงทำงานเขียนและสร้างสรรค์การ์ตูนเป็นหลัก” นักเขียนสาว กล่าวแนะนำตัวเอง
การ์ตูนและเรื่องราวของซานะบอกเล่าความเป๋อเปิ่น กุ๊กกิ๊ก ของหญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีมุมมองต่อชีวิตและสิ่งที่พบเห็นรอบตัวอย่างมีอารมณ์ขัน ผ่านตัวการ์ตูนหญิงสาวผมสั้น ผิวออกคล้ำ ใส่กระโปรงทรงสามเหลี่ยม ที่มีชื่อเดียวกับผู้เขียน ซึ่งเธอออกแบบขึ้นเอง และโพสต์แบ่งปันชาวเว็บมาตั้งแต่เดือนพ.ย. 2548
ซานะ บอกว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้เธอเลือกนำเสนอผลงานเขียนด้วยการเล่าเรื่องผ่านตัวละครติงต๊อง สนุกสนานนี้ มาจากการที่เธอชอบอ่านการ์ตูนตาโตของญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก นอกจากเนื้อหาในเล่มแล้ว เธอยังโปรดปรานเรื่องราวส่วนปีกปกหนังสือหรือบันทึกท้ายเล่มที่มักจะเขียนถึงเรื่องเฉิ่มๆ หรือเรื่องหน้าแตกในชีวิตประจำวันของผู้เขียนอย่างมากด้วย
“ตอนเด็กๆ เวลาอ่านหนังสือพวกนี้ ฉันมักจินตนาการว่าสักวันหนึ่งหากฉันได้เป็นนักเขียนการ์ตูนจริงๆ คอลัมน์ตรงนี้ฉันจะเขียนเรื่องหน้าแตกของตัวเองยังไง แล้ววันหนึ่งฝันก็เป็นจริง ฉันดีใจที่ค้นเจอพื้นที่สำหรับระบายความรู้สึกของตนเองในเว็บบล็อก เริ่มแรกก็ไม่ค่อยมีคนเข้าชม ฉันจึงต้องตั้งหน้าตั้งตาค่อยๆ สะสมผลงานไปเรื่อยๆ ผู้อ่านจึงเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีคอมเมนต์ในบล็อกเป็นกำลังใจสำคัญ เริ่มจากบทความ 1 บท มีคอมเมนต์เพียง 10 ความเห็น แล้วเป็น 30 ความเห็น 50 ความเห็น แม้กระทั่งระเบิดระเบ้อจนถึง 100 200 300 ความเห็น ความรู้สึกนั้นคละเคล้าไปทั้งความภูมิใจและเหลือเชื่อ”
ในที่สุดงานเขียนของซานะก็ได้ตีพิมพ์เล่มแรกเมื่อปลายปี 2549 วางจำหน่ายในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย ซึ่งล้วนเป็นเมืองของชาวจีน แล้วก็ได้ตีพิมพ์เป็นฉบับภาษาจีนตัวย่อในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ กระทั่งได้ตีพิมพ์เป็นภาษาไทยเมื่อปีที่ผ่านมา
“ฉบับภาษาไทยเป็นฉบับแรกที่ถูกตีพิมพ์สู่ประเทศที่ไม่ใช่ชาวจีน ตัวหนังสือทั้งเล่มพิมพ์ด้วยอักษรที่ฉันอ่านไม่ออกสักคำ ดูไปดูมาก็อดทึ่งไม่ได้ว่าคนไทยนี่สุดยอด...สามารถอ่านตัวอักษรสุดยากอย่างนี้ออกด้วย (หัวเราะ)” ซานะยังแอบภาวนาอยู่ทุกวันว่า ขอให้งานเขียนของตัวเองได้รับการตีพิมพ์ไปสู่ประเทศอื่นๆ อีกในอนาคต
ถึงตรงนี้ สาวต๊อง มัน ฮา อดไม่ได้ที่จะเมาท์ถึงปฏิกิริยาของญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง เมื่อพวกเขารู้ว่าเธอมีผลงานตีพิมพ์ในหลายประเทศว่า ช่างเป็นการตอบรับที่เวอร์สุดๆ
“คุณแม่ถึงกับถือหนังสือของฉันเอาไว้ทุกวัน เวลาออกไปนอกบ้านก็เที่ยวเอาไปโฆษณากับคนแปลกหน้า จนฉันอยากจะหารูแล้วมุดดินหนีเลยทีเดียว (หัวเราะ) หนึ่งในเรื่องที่ปวดหัวฉันที่สุดในการออกหนังสือก็คือเวลาที่ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ เพื่อนๆ จะเอาหนังสือของฉันที่เขาซื้อมา มาให้ฉันเซ็น! ความจริงฉันไม่ชอบเซ็นชื่อให้กับคนสนิทเท่าไหร่ ก็รู้จักกันมานานนมขนาดนี้แล้ว จะมาพิธีรีตองอะไรนักหนา (เขิน)”
เคล็ดลับที่ทำให้งานเขียนของซานะโดนใจหนอนนักอ่านมาจากการสร้างเอกลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเอง และหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
“ฉันจะคอยสำรวจสถานการณ์รายรอบ แล้วเปลี่ยนแปลงแนวทางให้ตนเองพัฒนาไปในด้านที่ไม่เหมือนคนอื่น เพื่อสร้างสรรค์แนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ เพราะทุกวันนี้มีผลงานใหม่ๆ ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน สไตล์เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีคุณเพียงคนเดียว 5 ปีต่อมา สไตล์นี้ก็อาจเต็มถนนไปหมดแล้วก็ได้”
ซานะตั้งความหวังในการทำงานเขียนไว้สูงมาก เธออยากเป็นนักเขียนและนักวาดการ์ตูนที่มีทั้ง “คุณภาพ” และ “ปริมาณ” บ่อยครั้งที่คิดมากไปจนกระทั่งงานไม่เดิน เรื่องนี้ทำให้เธอปวดหัวมาก อยากหาสมดุลให้กับระยะเวลาในการสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมกันนี้อยากมีผลงานที่อีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า ก็ยังมีนักอ่านอยากหยิบขึ้นมาอ่านแล้วยังสนุกสนานเหมือนเดิม เหมือนอย่างเช่นผลงานของนักเขียนในดวงใจของเธออย่างอาจารย์ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ เจ้าของผลงานการ์ตูนอมตะเรื่อง “โดราเอมอน”
“ถึงแม้ว่าผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะมุ่งเน้นไปในแนวที่เด็กๆ ชื่นชอบ แต่การ์ตูนเรื่องสั้นไซไฟ จินตนาการทางวิทยาศาสตร์ของเขา ยอดเยี่ยมจริงๆ เต็มไปด้วยช่องว่างทางจินตนาการและอารมณ์ขันทางมืดของผู้ใหญ่ แม้กระทั่งในอารมณ์ขันนั้นยังซ่อนเร้นแนวคิดเรื่องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทะนุถนอมสิ่งที่ตนมี อ่านจบแล้วอึงอลได้ไม่รู้จบ โตขึ้นมาแล้วกลับไปอ่านการ์ตูนเหล่านี้อีกรอบก็ยังได้รับความรู้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากเดิมได้อีก”
นักเขียนสาวชาวไต้หวันยังแบ่งปันเรื่องราวในแวดวงวรรณกรรมไต้หวันให้รู้กันด้วยว่า วงการการ์ตูนไต้หวันเมื่อก่อนเคยรุ่งเรือง แต่หลังจากเกิดความผิดพลาดทางนโยบายของรัฐบาล ทำให้หดตัวอย่างรุนแรง ระยะหลังนี้นักอยากเขียนพาตัวเองเข้าสู่โลกของเว็บบล็อกกันมากขึ้น
“แต่เนื่องจากผลงานมากมายที่แย่งกันแข่งขัน พร้อมกับตลาดที่ยังมีช่องทางจำกัด คนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองจึงจะประสบความสำเร็จ และด้วยเหตุผลเดียวกัน พวกเราในฐานะของนักเขียนนักวาดที่บุกตลาดในตอนต้น ก็ต้องรักษามาตรฐานและใฝ่หาความก้าวหน้าตลอดเวลา จึงจะกรุยทางให้กับตนเองสำเร็จ ภายใต้เงื่อนไขที่เศรษฐกิจซบเซาได้”
สุดท้ายสาวซานะจึงไม่ลืมย้ำสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้ามาเป็นนักเขียนหน้าใหม่โดยใช้บล็อกเป็นเวทีแสดงผลงานว่า
“อย่าลืมสร้างเอกลักษณ์ให้กับตนเอง อาจเป็นแนวทางที่เชือดเฉือนเผ็ดแสบหรืออาจจะอ่อนหวานชวนซึ้งก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเขียนแต่อะไรที่ฮอตฮิต แต่ต้องระวังอย่าเขียนอะไรที่ “เย็นชืด” หมายถึง คนอ่านอ่านไม่รู้เรื่องและไม่มีความรู้สึกร่วม ที่สำคัญต้องมีความอดทนและผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องด้วย”
และ ต๊อง มัน ฮา ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ไม่เย็นชืด ทำให้นักเขียนสาว “ซานะ” ประสบความสำเร็จอย่างนี้นี่ไง...
ที่มา เว็บไซต์สถาพรบุ๊คส์

(วานวาน Thai)


#1 By Beermyself on 2009-06-25 20:30